ติดต่อเรา

Email:icothai@gmail.com

Tel0819511100

           ^ กดเบอร์โทรข้างบนเพื่อติดต่อได้เลยคะ 

Line : 0819511100

Office Hours

  • Monday - Friday 
  • 8.30 A.M. to 5.00 P.M.
  • Saturday - Sunday Closed
 ติดต่อสอบถาม

ชื่อ :
นามสกุล :
บัตรประชาชนเลขที่ :
ที่อยู่ :
อำเภอ :
จังหวัด :
รหัสไปรษณีย์ :
มือถือ :
อีเมล์ :
Line ID :
Facebook ID / Name :
เรื่องที่สอบถาม :
 
 

 
 
 
 
 
LINE ID : 0819511100

ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงชีพ จากใจ ทนายเชียงใหม่


 

การเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพจากคู่สมรสอีกฝ่าย ต้องเป็นกรณีที่ฝ่ายถูกเรียกเป็นฝ่ายผิด ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ขอเรียนว่า อีกฝ่ายจึงสามารถเรียกร้องได้ โดยขณะที่อยู่ร่วมกันตลอดมานั้น ฝ่ายเรียกร้องมิได้ประกอบอาชีพ จำเป็นต้องอาศัยอีกฝ่ายอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งการหย่าทำให้ต้องขาดไร้อุปการะจากปกติ จึงทำให้ยากจนลง อีกฝ่ายจึงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้   

 

กรณีคู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่เกิน ๓ ปี แม้เป็นเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายได้ แต่ไม่สามารถฟ้องเรียกค่าเลี้ยงชีพได้ ส่วนฝ่ายที่เรียกร้องนั้นต้องมีฐานะที่แย่กว่า ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ขอเรียนว่า ฝ่ายที่ถูกเรียกร้องด้วย ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ 

 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่  ๔๖๘๕/๒๕๔๐ มาตรา ๑๕๒๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเพียงบทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลสามารถกำหนดค่าเลี้ยงชีพให้แก่คู่หย่าได้ในกรณีหนึ่งเท่านั้นเมื่อการหย่านั้นเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียวและการหย่านั้นจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง มิได้เป็นบทบัญญัติที่บังคับว่าจะเรียกค่าเลี้ยงชีพได้แต่เฉพาะมีคดีฟ้องหย่าเท่านั้น ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ขอเรียนว่า เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีหย่าว่าจำเลยยอมจดทะเบียนหย่าให้โจทก์และยอมชำระค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์อัตราร้อยละ ๓๕ ของเงินเดือนทุกเดือนตลอดไป ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการยืดขยายหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาออกไปหลังการสมรสสิ้นสุดลง อันเป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมใช้บังคับได้ กฎหมายมิได้กำหนดให้ดูความเปลี่ยนแปลงของฐานะของคู่กรณีแต่เฉพาะทรัพย์ที่มีขึ้นภายหลังการหย่า จึงต้องคำนึงถึงทรัพย์สินทุกชนิดที่คู่ความทั้งสองฝ่ายมีอยู่ขณะที่พิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลง เมื่อโจทก์ยังมีที่ดินเนื้อที่ ๘๐ ตารางวา พร้อมบ้านสองชั้นมีราคาสูงกว่า ๗๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยมีรายได้เฉพาะเงินเดือนเพียงอย่างเดียวจำนวนเดือนละ ๑๕,๓๘๐ บาท มีภริยาและบุตรอายุ ๑๓ ปี ที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาอีก ๑ คน นอกจากนี้ยังเป็นหนี้สหกรณ์ ๑๒๐,๐๐๐ บาท โดยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เป็นของตนเอง หากจำเลยต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์อัตราร้อยละ ๓๕ ของเงินเดือน เป็นเงินเดือนละ ๕,๓๘๓ บาท จำเลยจะเหลือเงินที่ใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท และเหลือเวลารับราชการอีกเพียง ๔ ปี ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบฐานะของโจทก์กับจำเลยแล้วเห็นได้ว่าพฤติการณ์รายได้หรือฐานะของโจทก์และจำเลยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยปัจจุบันจำเลยกลับอยู่ในสภาพที่มีฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าโจทก์จึงถึงเวลาสมควรที่จะสั่งให้จำเลยงดจ่ายค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์แล้ว 

 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๑๓๗๑/๒๕๔๕ หย่าเพราะความผิดของสามีฝ่ายเดียว สามีฐานะการเงินดีกว่าภริยา ให้ต่ายค่าเลี้ยงชีพให้ภริยาเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท 

 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๒๙๘๕/๒๕๒๕ การที่บิดามารดาจำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจกล่าวหาว่าโจทก์ลักทรัพย์แม้จะมิใช่เหตุที่โจทก์จะยกขึ้นอ้างเพื่อฟ้องขอหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลยก็ตามแต่การที่จำเลยนำตำรวจไปจับกุมโจทก์ตามข้อกล่าวหาของบิดามารดานั้น ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ขอเรียนว่า การกระทำของจำเลยย่อมถือได้ว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นต่อเกียรติยศและชื่อเสียงของโจทก์ อันเป็นการหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๕๑๖(๓)     โจทก์เพิ่งจะหางานทำได้หลังจากที่แยกกันอยู่กับจำเลยจึงติดใจขอค่าเลี้ยงชีพจากจำเลย จำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งเป็นอย่างอื่น กรณีถือได้ว่าการหย่าทำให้โจทก์ยากจนลง เพราะไม่มีรายได้จากการงานตามที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรส เมื่อเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของจำเลยจำเลยจึงต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๖ 

 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๔๘๑๕/๒๕๓๙ โจทก์ออกจากบ้านที่ปลูกสร้างและอยู่กินกับจำเลยเพราะต้องการพาบิดาซึ่งเป็นโรคหัวใจไปให้พ้นจากบิดาจำเลยซึ่งชอบดื่มสุราแล้วส่งเสียงดังโจทก์และจำเลยเคยตกลงจะไปจดทะเบียนหย่าขาดจากกันแต่หย่าไม่ได้เพราะโจทก์ไม่มีเงินชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่จำเลย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าโจทก์และจำเลย สมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาและการแยกกันอยู่ดังกล่าวเป็นเวลานับถึงวันฟ้องเกินสามปีแล้ว ทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่ขอเรียนว่า โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา๑๕๑๖(๔/๒) การที่จำเลยจะ เรียกค่าเลี้ยงชีพได้จะต้องปรากฏว่าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของโจทก์ฝ่ายเดียวดังนี้เมื่อฟังได้ว่าเหตุแห่งการหย่าเป็นเพราะโจทก์และจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปีจำเลยจึงเรียกค่าเลี้ยงชีพจากโจทก์มิได้ 

 

คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๔๖๘๕/๒๕๓๐ หย่าโดยความยินยอมและกำหนดค่าเลี้ยงชีพกันเอง ก็มาขอลดหรือเพิ่มค่าเลี้ยงชีพในภายหลังได้ 

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง 

มาตรา ๑๕๒๖ ในคดีหย่าถ้าเหตุแห่งการหย่าเป็นความผิดของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ฝ่ายเดียว และการหย่านั้นจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ระหว่างสมรส อีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ ค่าเลี้ยงชีพนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๙๘/๓๙ มาตรา ๑๕๙๘/๔๐ และมาตรา ๑๕๙๘/๕๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม 

 

มาตรา ๑๕๙๘/๓๘  ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา หรือระหว่างบิดามารดากับบุตรนั้นย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี 

 

มาตรา ๑๕๙๘/๓๙  เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีได้เปลี่ยนแปลงไป ศาลจะสั่งแก้ไขในเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยให้เพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้ 

 

ในกรณีที่ศาลไม่พิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดู เพราะเหตุแต่เพียงอีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ในขณะนั้น หากพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของอีกฝ่ายหนึ่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป และพฤติการณ์รายได้หรือฐานะของผู้เรียกร้องอยู่ในสภาพที่ควรได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดู ผู้เรียกร้องอาจร้องขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งในคดีนั้นใหม่ได้ 

 

มาตรา ๑๕๙๘/๔๐  ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้นให้ชำระเป็นเงินโดยวิธีชำระเป็นครั้งคราวตามกำหนด เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันให้ชำระเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีอื่น ถ้าไม่มีการตกลงกันและมีเหตุพิเศษ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอและศาลเห็นสมควร จะกำหนดให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างอื่นหรือโดยวิธีอื่น โดยจะให้ชำระเป็นเงินด้วยหรือไม่ก็ได้  ในกรณีขอค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เมื่อมีเหตุพิเศษและศาลเห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์แก่บุตร จะกำหนดให้บุตรได้รับการอุปการะเลี้ยงดูโดยประการใด ๆ นอกจากที่คู่กรณีตกลงกัน หรือนอกจากที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอก็ได้ เช่นให้ไปอยู่ในสถานการศึกษาหรือวิชาชีพ โดยให้ผู้ที่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูออกค่าใช้จ่ายในการนี้ 

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายเชียงใหม่ และทีมทนายความเชียงใหม่  

 

๑ ต้องปรากฏว่าในขณะที่เป็นสามีภริยากัน ได้มีการช่วยเหลือเลี้ยงดูกัน หากการหย่าทำให้อีกฝ่ายต้องใช้ชีวิตลำบาก ศาลจึงจะมีคำพิพากษาให้จ่ายได้ 

๒ การจ่ายค่าเลี้ยงจะเป็นเงินก้อนหรือชำระรายเดือนก็ได้ (ฏ.๑๒๕๔/๒๕๓๘) 

๓ คู่สมรสฝ่ายที่จะเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพ จะต้องฟ้อง หรือฟ้องแย้งในคดีฟ้องหย่า จะมาฟ้องเรียกค่าเลี้ยงชีพในภายหลังจากคดีฟ้องหย่าไม่ได้ เพราะสิทธิเรียกร้องเรียกค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุดลงแล้ว 

๔ กรณีการหย่าโดยความยินยอม ต้องตกลงกันในเรื่องค่าเลี้ยงชีพให้เรียบร้อยพร้อมกับการทำสัญญาหย่า หากไม่ตกลงกันไว้ก็จะมาฟ้องในภายหลังไม่ได้ 

๕ การหย่าขาดจากกันเพราะเหตุวิกลจริตหรือเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง โดยฝ่ายผู้วิกลจริตหรือเป็นโรคติดต่อจะต้องฟ้องแย้งให้โจทก์จ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่ตนด้วย จะมาฟ้องในภายหลังไม่ได้ 

๖ กรณีทำสัญญาตกลงเรื่องค่าเลี้ยงชีพกันเอง หากผิดสัญญาก็ฟ้องร้องได้ 

๗ การเลิกชำระค่าเลี้ยงชีพ สิทธิในการรับค่าเลี้ยงชีพย่อมสิ้นสุดลง เมื่อฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ หรือศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการจ่ายค่าเลี้ยงชีพ 

 

 

#ทนายเชียงใหม่อาสาช่วยท่านด้วยใจ #ทนายเชียงใหม่ #ทนายความเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่เก่ง #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ #ทนายอาสาเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ฟรี #ทนายความเชียงใหม่มืออาชีพ #ที่ปรึกษากฎหมายเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่ #รายชื่อทนายความเชียงใหม่ #สำนักทนายความเชียงใหม่ #ทนายเก่งๆเชียงใหม่ #สภาทนายความเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่ #ทนายที่ดินเชียงใหม่ #ทนายอาสาศาลเชียงใหม่ #ทนายอาสาศาลากลางเชียงใหม่ #กฎหมายเชียงใหม่ #สำนักงานทนายความเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่ #สำนักงานกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่ #ทนายฝึกงานเชียงใหม่ #ฝึกงานทนายเชียงใหม่ #LawFirmเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายเชียงใหม่  #ทนายเก่งเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่pantip #ทนายอาสาเชียงใหม่ #ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่ #ทนายเชียงใหม่เก่ง #ทนายความเชียงใหม่เก่ง #ทนายอาสาเชียงใหม่ฟรี #สํานักงานกฎหมาย เชียงใหม่  #ทนายครอบครัวเชียงใหม่

Post By ADMIN  ทนายเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่, หอการค้าเชียงใหม่, สภาอุตสาหกรรมเชียงใหม่สำนักงานทนายความเชียงใหม่, สำนักงานกฎหมายเชียงใหม่, สำนักงานกฎหมายในจังหวัดเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่, ทนายอาสาเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่ฟรี, ทนายเชียงใหม่เก่ง, สภาทนายความเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่มืออาชีพ, ที่ปรึกษากฎหมายเชียงใหม่, ทนายเชียงใหม่ฟรี, ทนายที่ดินเชียงใหม่, ทนายอาสาศาลเชียงใหม่, ทนายอาสาศาลากลางเชียงใหม่, กฎหมายเชียงใหม่, ทนายอาสาเชียงใหม่, สภาทนายเชียงใหม่, ปรึกษาทนายเชียงใหม่, ทนายเก่งเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่เก่ง, ทนายเชียงใหม่pantip, ทนายอาสาเชียงใหม่, ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่, LawFirmเชียงใหม่, ปรึกษาทนายฟรีเชียงใหม่, ทนายเชียงใหม่เก่ง, ทนายอาสาเชียงใหม่ฟรี, สํานักงานกฎหมายเชียงใหม่, ทนายครอบครัวเชียงใหม่, ทนายความเชียงใหม่คดีหย่า, ทนายความเชียงใหม่คดีกู้ยืม, ทนายความเชียงใหม่คดีเช็ค, ดร.เกียรติศักดิ์ทนายเชียงใหม่, ทนายวิถีพุทธทนายเชียงใหม่, เนติบัณฑิตย์ไทยทนายเชียงใหม่



 

Share on Facebook

ปรึกษาฟรี!! มุ่งมั่นช่วยเหลือแก่ทุกท่าน แบบมิตรภาพ โดยทีมทนายความวิถีพุทธ

ดร.เกียรติศักดิ์ เนติบัณฑิตย์ไทย ทนายวิถีพุทธ และทีมทนายความเชียงใหม่ ติดต่อโทร 081-951-1100

 
เว็บสำเร็จรูป
×